วิธีทำ4 นาที
5 นาทีหลังอาบน้ำ ที่ทำให้ขนน้องดูดีไปอีกหลายวัน
เช็ดให้แห้ง แปรงสักหน่อย ดมกลิ่นนิดเดียว เรื่องเล็ก ๆ ที่คนรีบมักข้าม แต่พอทำแล้วต่างกันชัด

ห้านาทีหลังปิดน้ำคือช่วงที่คนรีบที่สุด อาบเสร็จแล้ว เลอะแล้ว อยากจบแล้ว แล้วก็ปล่อยน้องวิ่งออกไปเลย
แต่ถ้าถามว่าอะไรทำให้ขนดูดีไปอีกสิบวัน คำตอบไม่ใช่แชมพู มันคือห้านาทีนี้
นาทีที่ 1 ถึง 2 ซับให้แห้งที่สุดเท่าที่ผ้าจะรับไหว
ใช้วิธีกดและซับ ไม่ใช่ถูไปมา การถูทำให้ขนพันกัน โดยเฉพาะขนยาวและขนที่เพิ่งเปียก
เปลี่ยนผ้าเมื่อผืนแรกชุ่ม คนส่วนใหญ่ใช้ผืนเดียวจนหมาดแล้วก็เลิก ทั้งที่ผ้าผืนที่สองจะดูดน้ำได้อีกเยอะ
จุดที่คนลืมประจำคือใต้ท้อง ใต้รักแร้ และหว่างนิ้วเท้า สามจุดนี้แห้งช้าที่สุดและเป็นที่มาของกลิ่นอับเกือบทุกครั้ง
นาทีที่ 3 เป่าให้แห้งถึงผิว ถ้าเขาเป็นขนหนา
ลมอุ่นระดับต่ำ ห่างจากตัวประมาณหนึ่งฝ่ามือ และขยับหัวไดร์ตลอดเวลา อย่าจ่อนิ่ง
สำหรับขนสองชั้น ให้แหวกขนด้วยมืออีกข้างแล้วเป่าลงไปที่ผิว ไม่ใช่เป่าผ่านผิวขนด้านนอก ขนชั้นนอกแห้งเร็วมากจนหลอกให้เราคิดว่าเสร็จแล้ว ทั้งที่ข้างในยังชื้นอยู่
ถ้าไม่มีไดร์ หรือน้องกลัวเสียง ให้ซับด้วยผ้าแห้งเพิ่มอีกสองรอบ แล้วแปรงจนขนแยกจากกัน อย่าให้เขาไปนอนขดตัวตอนยังชื้น
นาทีที่ 4 แปรงตอนขนหมาด
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการแปรงคือตอนขนหมาด ไม่ใช่เปียกโชกและไม่ใช่แห้งสนิท
แปรงตามทิศทางขนก่อนหนึ่งรอบ แล้วค่อยแปรงย้อนขึ้นเบา ๆ อีกรอบเพื่อให้ขนชั้นในตั้งขึ้นและแห้งเร็วขึ้น
ถ้าเจอปม อย่าดึงจากโคน ให้จับขนเหนือปมไว้ด้วยมืออีกข้างแล้วค่อย ๆ สางจากปลายเข้าหาโคน วิธีนี้เขาจะไม่เจ็บและคุณจะไม่ต้องตัด
อย่าลืมหู
เอาสำลีออกแล้วใช้มุมผ้าซับด้านในใบหูให้แห้ง เฉพาะส่วนที่มองเห็นเท่านั้น ไม่ต้องแหย่ลงไปในรูหู
หมาหูตกต้องใส่ใจข้อนี้มากกว่าใคร เพราะใบหูปิดทับปากรูหูที่อุ่นและชื้นอยู่แล้ว ปัญหาหูที่โผล่มาหลังอาบน้ำสักสัปดาห์มักมาจากตรงนี้ ให้เปิดใบหูค้างไว้สักนาทีระหว่างที่ตัวเขากำลังแห้ง
นาทีที่ 5 ดมและดู
ฟังดูแปลก แต่นี่คือนาทีที่มีประโยชน์ที่สุดในสัปดาห์
ดมตรงหลังคอ ตรงหู และรอบปาก จำกลิ่นตอนสะอาดของเขาไว้ เพราะสัปดาห์หน้าถ้ามีอะไรเปลี่ยน คุณจะรู้ทันที คนที่จับได้ว่าน้องมีปัญหาหูตั้งแต่เนิ่น ๆ มักจับได้จากกลิ่น ไม่ใช่จากการเห็น
แล้วเอามือลูบทั่วตัวเขาอีกรอบตอนขนแห้ง คลำหาก้อน สะเก็ด หรือจุดที่เขาสะดุ้ง ตอนขนแห้งและเพิ่งแปรงเสร็จคือตอนที่คลำเจอง่ายที่สุด
แล้วระหว่างรอบอาบล่ะ
หมาส่วนใหญ่อาบทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ ระหว่างนั้นสองอย่างที่ช่วยได้มากคือการหวีให้สม่ำเสมอ กับการเช็ดเฉพาะจุดด้วยดรายแชมพูโฟม เท้า ใต้ท้อง รอบปาก สามจุดนี้คือที่ที่กลิ่นกลับมาก่อนเสมอ
ขวดโฟม 150 มล. ราคา ฿490 มักอยู่ได้ประมาณหนึ่งถึงสามเดือนถ้าใช้แบบนี้ ส่วนแชมพูขวด 500 มล. ราคา ฿890 มักอยู่ได้สามถึงห้าเดือนกับหมาขนาดกลาง
ถ้าอยากทบทวนขั้นตอนการอาบทั้งหมดตั้งแต่ต้น อ่านได้ที่นี่
ส่วนถ้าเช็ดแล้วเป่าแล้วแต่ยังได้กลิ่นอยู่ กลิ่นมักไม่ได้มาจากแชมพู และถ้ากังวลว่าเป่าไม่แห้งสนิทแล้วจะเป็นอะไรไหม ตอบไว้ที่นี่
คำถามที่คนถามบ่อย
- ปล่อยให้ขนแห้งเองได้ไหม
- ขนสั้นในห้องอุ่นไม่มีลมโกรกพอไหว แต่ขนหนาหรือขนสองชั้นไม่ควร เพราะความชื้นที่ค้างติดผิวนาน ๆ ทำให้เกิดกลิ่นอับและระคายเคือง
- ควรแปรงตอนขนเปียกหรือขนแห้ง
- ตอนหมาด ๆ กำลังพอดี ขนเปียกโชกยังไม่ควรแปรงเพราะขนขาดง่าย ส่วนขนที่แห้งสนิทแล้วปมจะแน่นจนสางยาก
- ทำไมอาบเสร็จแล้วยังมีกลิ่นอยู่
- สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือขนยังไม่แห้งถึงผิว รองลงมาคือแชมพูล้างไม่หมด ถ้าแห้งสนิทและล้างสะอาดแล้วยังมีกลิ่น ให้ดมหาต้นตอ ปาก หู หรือผิวหนัง ถ้าเจอควรให้สัตวแพทย์ดู
- ต้องหวีทุกวันไหมระหว่างรอบอาบ
- ขนยาวควรหวีทุกวันหรือวันเว้นวัน ขนสั้นสัปดาห์ละสองสามครั้งก็พอ ที่สำคัญคือสม่ำเสมอมากกว่าใช้เวลานาน
อ่านต่อ
อาบน้ำน้องบ่อยแค่ไหนถึงพอดี หมากับแมวไม่เท่ากันหมาส่วนใหญ่ในบ้านคนไทยอาบอาทิตย์ละครั้งก็พอ แมวในบ้านนาน ๆ ครั้งหรือไม่อาบเลยก็ได้ ตัวเลขที่ถูกขึ้นกับขน อากาศ และที่ที่เขานอน ถ้าแชมพูอ่อนโยนพอ อาบถี่กว่านั้นก็ไม่เสียหาย แต่ถ้าผิวเริ่มแดงหรือลอก ให้หยุดแล้วพาไปหาสัตวแพทย์
ลูกหมาลูกแมวอาบน้ำครั้งแรกได้ตอนไหนลูกหมาลูกแมวอาบน้ำครั้งแรกได้เมื่อสัตวแพทย์บอกว่าพร้อม เพราะจังหวะนี้ผูกกับตารางวัคซีนของเขาเอง ระหว่างที่ยังไม่ถึงเวลา เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดก็สะอาดพอแล้ว
แชมพูคนอาบให้น้องได้ไหม แล้วแชมพูหมาอาบแมวล่ะแชมพูคนไม่ได้ทำมาเพื่อผิวน้อง ใช้ครั้งเดียวตอนจำเป็นไม่ถึงกับเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่ควรใช้ประจำ ส่วนแชมพูหมาเอามาอาบแมวเสี่ยงกว่า เพราะแมวเลียตัวเองจนหมดหลังอาบ ทุกอย่างที่ค้างบนขนจึงเข้าปากเขา